    
|
เมื่อปีพุทธศักราช 2526 พระมหาธีระพันธ์ เมตตาวิหารี (พระครูไกรสรวิลาส)เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร
นครอัมสเตอร์ดัม เนเธอแลนด์ ปัจจุบัน ท่านได้เดินทางมา ปฏิบัติศาสนกิจใน สหรัฐอเมริกา
โดยเฉพาะกับพุทธศาสนิกชน ในเมืองลองบีช และเมืองใกล้เคียง โดย การ เผยแพร่
วิธีปฏิบัติวิปัสสนา กรรมฐาน จนเป็นที่เลื่อมใส ศรัทธาในบรรดาชาวพุทธ ทั้งหลาย
ทั้งชาวไทย-ลาว-เขมร และชาวชาติอื่นๆ อย่างกว้างขวาง
ต่อมาท่านจึงจัดตั้ง องค์การการกุศลขึ้น โดยได้รับ อนุญาตให้จัดตั้ง
ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2526 ภายใต้ชื่อ "วิปัสสนาฟาวเดชั่น"
(VIPASSNA FOUNDATION) โดยมีคณะศิษยานุศิษย์ของพระมหาธีรพันธ์ เป็นกรรมการบริหาร
ซึ่งมีคุณ Karen C. Kania เป็นประธาน คุณ Joseph P. Cheowanich เป็นเลขานุการ
คุณ "Woody Uttayoya เป็นเหรัญญิก ในเบื้องต้นนั้นยังไม่มีบทบาทหรือกิจกรรมใด
ๆ เพียงแต่ใช้เป็นหลักฐานในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาเท่านั้น จึงไม่มีบัญชีรายการรับ
- จ่าย อีกประการหนึ่ง พระมหาธีระพันธ์เอง ต้องเดินทาง กลับประเทศเนเธอร์แลนด์อีกด้วย
ปีพุทธศักราช 2528 พระมหาธีระพันธ์ได้นิมนต์ พระมหาสุริยงค์ ปญฺญาวุโธ ป.ธ.
6 พธ.บ. วัดมหาธาตุฯ กทม. ซี่งขณะนั้น ปฎิบัติศาสนกิจ อยู้ที่ประเทศ สวิสเซอร์แลนด์
ในนามของ พระเดช พระคุณ พระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทธิ ป.ธ. 9 ) ท่านก็รับ
นิมนต์ เมื่อปฎิบัติครบ ตามวาระแล้ว จึงเดินทางมา สหรัฐอเมริกา โดยมีคณะศิษยานุศิษย์
ของพระมหาธีระพันธ์ เป็นผู้อุปถัมภ์ โดยจัดเช่าบ้าน หลังหนึ่งให้ เป็นที่จำพรรษา
ท่านก็ปฏิบัติงาน เป็นไปด้วยดี จนเป็นที่เลื่อมใส ศรัทธาของชาวพุทธ ทั้งหลายมากขึ้น
ปีพุทธศักราช 2529 พระมหาสุริยงค์ได้ ทำหนังสือนิมนต์ พระมหาธงชัย สุจิตฺโต
วัดมหาธาตุ กทม. มาช่วยปฏิบัติศาสนกิจ เป็นกำลังให้อีกท่านหนึ่ง ก็ยิ่งทำให้กากรปฏิบัติงาน
มีความเจริญ ก้าวหน้ายิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังมีพระมหาปัญญา รตนปญฺโญ พธ.บ.
และพระมหาถวิล เตชปญฺโญ พธ.บ. วัดมหาธาตุ กทม. มาช่วยเสริมกำลังขึ้นอีก จึงทำให้สำนักสงฆ์
แห่งนี้มีการทำงาน เป็นระบบแบบแผนขึ้น มีการทำบัญชีรายการรับ - รายจ่ายในต้
ปี พุทธศักราช 2530 ส่วนพระที่มาปฏิบัติ ศาสนกิจนั้น ก็มีการผลัดเปลี่ยน ตามวาระ
ปีพุทธศักราช 2530 ทางวัดได้มีการตั้งคณะกรรมการบริหารวัดขึ้น
อย่างเป็นกิจลักษณะ และได้รวบรวมเงินทุนขึ้นจำนวนหนึ่ง ได้จัดซื้อบ้านหลังหนึ่งเลขที่
4503 ATLANTIC AVE, เมืองลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย ในราคา 160,000 เหรียญสหรัฐเศษ
โดยวางดาวน์ 46,000 เหรียญ ผ่อนส่งภายในระยะเวลา 30 ปี คือที่อยู่ในปัจจุบัน
นับว่าการปฏิบัติงานก้าวหน้าขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ในปีพุทธศักราช 2531 พระมหาธีระพันธ์
ได้เดินทางกลับมาเยี่ยม ณ วัดนี้ และได้นำเอกสารหลักฐานใบอนุญาตขอตั้งองค์การการกุศล
(วัด) วิปัสสนาฟาวน์เดชั่น มามอบให้คณะกรรมการวัด โดยมีพระมหาสุริยงค์เป็นประธานในการรับมอบ
พร้อมด้วย คณะกรรมการ วัดและญาติโยม ทั่วไปก็ยิ่งทำให้เป็นหลักฐานมั่นคงยิ่งขึ้น
ในปีนี้ทางคณะกรรมการวัด ก็ได้นำชื่อวัดพุทธวิปัสสนาขอ เข้าเป็นสมาชิกในสมัชชาสงฆ์ไทย
แห่งสหรัฐอเมริกา และในปีต่อมาก็ได้รับอนุมัติ ปีพุทธศักราช 2532 ทางวัดก็ได้นิมนต์
พระมหาพิฑูรย์ วิธุโร PH.D. วัดมหาธาตุ กทม. มาช่วยปฏิบัติศาสนกิจเป็นเวลาหนึ่งพรรษา
หลังจากนั้นท่านก็เดินทางกลับไปศึกษาปริญญาเอก อีกสาขาหนึ่ง ณ ประเทศอินเดีย
ปีพุทธศักราช 2533 ทางวัดก็ได้นิมนต์พระสงฆ์ จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงฆ์
วัดมหาธาตุ กทม. มาช่วยปฏิบัติศาสนกิจอีก 3 รูป คือ พระมหาประมวล ญาณจารี
ป.ธ. 4, พธ.บ.วัดมหาธาตุ กทม. พระมหาบัวพันธ์ อตฺถกุสโล วัดมหาธาตุ กทม. และพระมหาประทีป&
ปทีโป สังกัดวัดทินกรนิมิต จ. นนทบุรี ป.ธ. 4 พธ.บ. มาช่วยปฎิบัติศาสนกิจ
จึงทำให้กิจการของวัดดำเนินไปด้วยดี ในปีพุทธศักราช 2535-2537 การปฏิบัติงานเจริญก้าวหน้าไปตามลำดับ
และอยู่ในช่วงหาที่ เพื่อขยายสร้างวัดใหม่เพื่อเป็นที่ ประกอบศาสนกิจต่อไป
มีพระอยู่จำพรรษา ปฏิบัติศาสนกิจจำนวน 6 รูป . ในปีพุทธศักราช 2538 การเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฏี
และภาคการปฏิบัติกรรมฐานได้เดินหน้า ไปอย่างรวดเร็ว โดยมีพระอาจารย์พิพัฒน์
เป็นแรงสำคัญในด้านการสอนกรรมฐาน และพระมหาวิชิต ได้เสริมสร้างวัฒนธรรมแก่เยาวชน
ได้ผลอย่างน่าพอใจของ ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก การจะขยายวัดใหม่ก็ใกล้ความจริงเข้ามาทุกขณะ
มีพระอยู่จำพรรษา ปฏิบัติศาสนกิจจำนวน 6 รูป ในปีพุทธศักราช 2539 วัดพุทธวิปัสสนาก็ไม่ได้หยุด
ที่จะก้าวต่อไปเพื่อถึงจุดหมายที่โครงการเอาไว้ มีการเปิดอบรมธรรมศึกษาชั้นตรี
จนสามารถส่งนักศึกเข้าสอบ ธรรมสนามหลวง ที่วัดไทย ลอส แอลเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา
มีผู้สอบธรรมสนามหลวง ธรรมศึกษาชั้นตรีได้ 2 คน คือ 1.คุณแม่จูม ซื่อสัตย์
2.คุณแม่จูม จิระสิน และได้นิมนต์พระมหาเพลิน อาสโภ จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สังกัดวัดมหาธาตุ กทม. มาช่วยปฏิบัติศาสนกิจอีก 1 รูป มีพระอยู่จำพรรษา ปฏิบัติศาสนกิจจำนวน
5 รูป ความเจริญก็ก้าวหน้าไปตามลำดับ และในช่วงติดต่อขายวัดเก่า ซื้อวัดใหม่เพื่อเป็นที่เผยแผ่วัฒนธรรม
และพุทธธรรมต่อไป
ในปีพุทธศักราช 2540 วัดพุทธวิปัสสนา ได้ขายบ้านที่ทำเป็นวัดเก่า
4503 Atlantic Ave.เมืองลองบีช มาซื้อ Church เลขที่ 2015 W. Hill Street
เมืองลองบีช ย้ายเข้ามาวัดปัจจุบันเมื่อ 15 มกราคม 2540 มีพื้นที่ 2 เอเคอร์
ซื้อในราคา $ 410,000.00 (สี่แสนหนึ่งหมื่นเหรียญสหรัฐ) ได้จ่ายวางดาวน์และค่าปิดเอสโครว์
เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2539 (December 12,1996) เป็นจำนวนเงิน $132,450.00
ต้องยืม (Loan)ที่หนึ่ง จากธนาคาร $245,000.00 ผ่อนชำระประจำเดือน ๆ ละ $3,180.88
ภายใน 15 ปี ยืม(Loan) ที่ สองจากเจ้าของ Church คนเก่า เป็นจำนวนเงิน $45,000.00
เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2540 ได้วางเงินดาวน์ครั้งแรกให้เจ้าของ Church $25,232.09
เงินจากขายบ้านหลังเก่า ที่เหลือจากการชำระหนี้ธนาคารแล้ว ส่วนที่เหลือที่จะต้องชำระเจ้าของ
Church $34,904.48 ใช้ผ่อนชำระประจำเดือน ๆ ละ $276.33 ภายใน 5 ปี รวมหนี้สินทั้งหมดที่ต้องจ่าย
$290,000.00 ได้นำพระพุทธชินราช จากประเทศไทยพระประธาน ประจำวัดพุทธวิปัสสนาพร้อมธรรมาสน์
สำหรับพระนั่งเทศนา มาประดิษฐานเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2540 เวลา 10.00 AM.
นี้เป็นความเจริญก้าวหน้า ในการพัฒนาทางด้านวัตถุ ได้นิมนต์พระมหาอำนวย อาทโร
จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สังกัดวัดนก กทม.และพระมหาสังคม ถาวรธมฺโม จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สังกัดวัดมหาธาตุ กทม. มาช่วยปฏิบัติศาสนกิจอีก 2 รูป มีพระอยู่จำพรรษา ปฏิบัติศาสนกิจจำนวน
10 รูป ในปีพุทธศักราช 2541 วัดพุทธวิปัสสนาได้นิมนต์ พระมหาสุวรรณ กิตติชโย
พระเจ้าหน้าที่บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สังกัดวัดมหาธาตุ
กทม. มาช่วยปฏิบัติศาสนกิจอีก 1 รูป มีพระอยู่จำพรรษา ปฏิบัติศาสนกิจจำนวน
10 รูป
วัดพุทธวิปัสสนา
Wat
Buddhavipassana (Vipassana Foundation)
2015 West Hill Street
Long Beach, CA.90810,
Tel,Fax. (562) 426-2326,
Email : vipassana@iirt.net, pwatna@iirt.net
Homepage URL : http://www.vipassana.iirt.net
|
    
|